เมืองพัทยาไฟเขียวให้ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าในเมืองใหญ่ เดินหน้าต่อ หลังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้างไม่ให้กระทบการจราจรและสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนและการท่องเที่ยว พร้อมเน้นย้ำให้มีการคืนสภาพผิวการจราจรให้ได้มาตราฐานเดิมทุกเส้นทาง (มีคลิป)

             ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา นายสุธรรม เพ็ชรเกตุ รองปลัดเมืองพัทยา รักษาราชการแทนปลัดเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาการก่อสร้างโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าในเมืองใหญ่ ถนนสุขุมวิท ถนนพัทยากลาง และถนนพัทยาสาย 3 พร้อมด้วยนายวิเชียร เฮงอุดมทรัพย์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา นายธนู สุรชัยลิขวิทย์ หัวหน้าแผนกจัดการงานโครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและสายส่งฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 ภาคกลาง จ.ชลบุรี ตัวแทนผู้รับเหมา 3 บริษัท และเจ้าหน้าที่สำนักการช่างเมืองพัทยา เข้าร่วมประชุมหารืออย่างพร้อมเพรียง
             นายสุธรรม เพ็ชรเกตุ รองปลัดเมืองพัทยา รักษาราชการแทนปลัดเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยาต้องประสบปัญหาการดำเนินการก่อสร้างขุดผิวการจราจรของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งของเมืองพัทยา ทั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนารองรับความเจริญที่กำลังจะมาถึงในอนาคต ทำให้มีการเกิดภาวะที่ประชาชนในพื้นที่เรียกว่าขุดทั้งเมือง ซึ่งสร้างผลกระทบและความเดือดร้อนต่อการดำรงชีวิตของประชานและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้เมืองพัทยาต้องมีการสั่งระงับการก่อสร้างทั้งในส่วนของเมืองพัทยาและการไฟฟ้า เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบที่ประชาชนได้รับ และเพื่อให้การดำเนินการก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่มีการเปิดหน้างานไว้ให้เดินหน้าต่อไปได้ตามแผนที่กำหนด จึงได้มีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหาทางแก้ไขปัญหาการดำเนินการก่อสร้าง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบน้อยที่สุด รวมไปถึงหามาตรการด้านความปลอดภัย และการคืนพื้นผิวจราจรให้กลับตามมาตรฐานเดิม
              โดยในที่ประชุม นายธนู สุรชัยลิขวิทย์ หัวหน้าแผนกจัดการงานโครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและสายส่งฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 ภาคกลาง จ.ชลบุรี ได้นำเสนอรูปแบบการดำเนินการก่อสร้างโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าในเมืองใหญ่ที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการก่อสร้างใหม่ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการจราจร และสร้างใความเดือดร้อนต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้ง 3 เส้นทาง ประกอบด้วย ถนนสุขุมวิท ถนนพัทยากลาง และถนนพัทยาสาย 3 ว่า สำหรับรูปแบบการก่อสร้างโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าในเมืองใหญ่ในพื้นที่เมืองพัทยา มีทั้งหมด 9 เส้นทาง โดยการไฟฟ้าได้กำหนดรูปแบบการก่อสร้างไว้ 2 รูปแบบ คือ แบบเปิดผิวดินและแบบไม่เปิดผิวดิน ซึ่งในการก่อสร้างในพื้นที่เมืองพัทยานั้นได้เลือกรูปแบบท่อหุ้มคอนกรีต ซึ่งเป็นการก่อสร้างที่มีความมั่นคงสูง แต่ข้อเสียคือการเปิดผิวการจราจรทำให้ส่งผลกระทบกับประชาชน ที่ก่อให้เกิดการจราจรติดขัด และรูปแบบที่ 2 ที่เลือก คือแบบเจาะในแนวราบ (HDD) ซึ่งมีความสะดวกและรวดเร็วส่งผลกระทบต่อผิวการจราจรน้อยลง จึงเป็นรูปแบบที่บรรจุในการก่อสร้างทั้ง 3 เส้นทางตามที่วิศกรรมได้มีการออกแบบไว้ พร้อมพิจารณาเรื่องระบบสาธารณูปโภคที่มีอยู่ในเส้นทางการก่อสร้างนั้น
            โดยในส่วนพัทยาเดิมมีการใช้วิธีการก่อสร้างด้วยการเปิดผิวการจราจร แต่ด้วยหลังเปิดหน้างานพบระบบสาธารณูปโภคใต้ล่างเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการปรับรูปแบบการก่อสร้างในระยะทางที่เหลือเพียง 1 กิโลเมตร คือ จะมีการดำเนินการก่อสร้างไม่เกิน 150 เมตรต่อจุด จะปิดผิวจราจร 2 ช่องทาง โดยจะเปิดการก่อสร้างหัวท้ายของพื้นที่ๆ เหลือเพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็วและจะไม่ให้กระทบต่อการดำเนินการใช้ชีวิตต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2562 โดยจะการก่อสร้างในวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี ตลอด 24 ชั่วโมง และจะมีการคืนสภาพผิวจราจรในวันศุกร์ก่อนเวลา 17.00น. ส่วนในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดต่อเนื่องจะหยุดการก่อสร้างทั้งหมด พร้อมหลีกเลี่ยงการขุดผิวจราจรและเทปูนในชั่วโมงเร่งด่วน และในเรื่องของความปลอดภัยของพื้นที่การก่อสร้างจะมีการติดตั้งแบริเออร์ตลอดพื้นที่ก่อสร้าง ติดตั้งป้ายชื่อโครงการพร้อมธงสีม่วงทุกจุดการทำงาน และติดตั้งไฟส่องสว่างทุกระยะทาง 10 เมตร พร้อมไซเรนทุกระยะ 20 เมตร ส่วนมาตรฐานการคืนสภาพผิวจราจร จะมีการนำดินถมกลับบดอัดแน่นน โดยแบ่งเป็นชั้นๆ ละ 30 เซนติเมตร คืนผิวคอนกรีตหนา 20 เซนติเมตร โดยฝากเหล็ก Dowell Bar ทุกระยะ 40 เซนติเมตร และเทผิวแอลฟัลต์หนา 5 เซนติเมตร โดยรองพื้นด้วยคอนกรีตหนา 15 เซนติเมตร ในกำลังอัตของคอนกรีตไม่น้อยกว่า 280 Ksc ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของกรมทางหลวง
               ส่วนการก่อสร้างถนนสุขุมวิท จะมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ลง จากเดิมที่มีการเปิดการก่อสร้าง 400-450 เมตร ให้เหลือไม่เกิน 150 เมตรต่อจุด ซึ่งขณะนี้เหลือพื้นที่การก่อสร้างพื้น 400-500 เมตร ก็จะก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยจะลดพื้นที่ก่อสร้างให้แคบลง และเปิดการจราจรให้รถสามารถวิ่งได้ 3 ช่องทางการจราจร เพื่อไม่ให้การจราจรติดขัด โดยจะมีดำเนินการก่อสร้างวันจันทร์-วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน คือช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งหากไม่เร่งดำเนินการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง งานก่อสร้างตามแผนจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนมกราคม 2563 และจะหลีกเลี่ยงการเทปูนหรือขุดดินในชั่วโมงเร่งด่วน ส่วนมาตรฐานการคืนสภาพผิวจราจร มีการนำดินถมกลับบดอัดแน่น โดยแบ่งเป็นชั้นๆ ละ 30 เซนติเมตร พร้อมคืนผิวแอลฟัลต์หนา 5 เซนติเมตร โดยรองพื้นด้วยคอนกรีตหนา 15 เวนติเมตร และกำลังอัดของคอนกรีตไม่น้อยกว่า 280 Ksc ตามมาตรฐานกรมทางหลวง ทั้งนี้ในการก่อสร้างถนนพัทยาสาย 3 จะมีการปรับรูปแบบการก่อสร้างจากเดิมที่มีการเปิดผิวจราจรหลายจุด จะมีการเปลี่ยนเป็นเปิดผิวจราจรระยะทางไม่เกิน 200 เมตรต่อจุด ปิดการจราจร 2 ช่องทางจราจร และจะเปิดการก่อสร้าง 2 โซนในการก่อสร้าง คือโซนพัทยาใต้ไปบาลีฮาย และเส้นพัทยาใต้ไปพัทยากลาง โดยลักษณะการก่อสร้างถนนพัทยาสาย 3 นั้นจะเป็นในรูปแบบเดียวกับถนนพัทยากลาง ซึ่งหากแผนการก่อสร้างที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่นั้นหากผู้รับเหมาไม่ดำเนินการตามที่การไฟฟ้ากำหนดจะมีการสั่งให้หยุดการดำเนินการก่อสร้างทันที
              อย่างไรก็ตามสำหรับการแก้ไขปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคในปี 2563 ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค บมจ.ทีโอที และเมืองพัทยา มีการบูรณาการร่วมกันในการทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนในการขุดเจาะพื้นผิวจราจร โดยทางเมืองพัทยาจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกทางด้านการจราจรทุกหน้างาน พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยเคร่งครัดในเรื่องมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นหลัก และลดผลกระทบต่อประชาชนและการท่องเที่ยวต่อไป

(ชมคลิป)

Advertisement