นักธุรกิจท่องเที่ยวพัทยา ชี้กรณี คสช.ใช้ ม.44 ผ่อนผันกฎหมายให้ดัดแปลงอาคาร โรงแรมเถื่อนทั่วประเทศกว่า 2 หมื่นแห่งเร่งแก้ไขอาคารให้ถูกต้องภายใน 90 วันไม่ส่งผลกระทบผู้ประกอบการตัวจริง ระบุการทำสิ่งผิดกฎหมายนอกระบบให้กลับเข้าสู่ระบบเป็นเรื่องดี เพราะจะมีการตรวจสอบมาตรฐานการบริการและความปลอดภัย ขณะที่เมืองพัทยาเองผลสำรวจโรงแรมกว่า 2,000 แห่งมี รร.ที่ผิดกฎหมายกว่า 70 % จึงถือว่ามีปัญหามานานแล้ว (มีคลิป)

                จากกรณีที่ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ผ่อนผันกฎหมายผังเมือง และข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้ หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยให้กิจการโรงแรมที่ยังไม่ได้รับอนุญาต แก้ไขอาคารให้ถูกต้อง โดยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย ให้มีถังดับเพลิงทุกชั้น และยื่นเอกสารให้ท้องถิ่นตรวจสอบภายใน 90 วัน โดยกำหนดให้แล้วเสร็จตามกำหนดภายในวันที่ 18 สิงหาคม 2564 หรืออีก 2 ปี ซึ่งพบว่าปัจจุบันทั่วประเทศมีโรงแรมที่ไม่ได้รับอนุญาตกว่า 2 หมื่นแห่งนั้น
                ด้านนายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร สมาชิกสภาเมืองพัทยา อดีตนายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ในฐานะกรรมการบริหารเครือโรงแรมในกลุ่มฟลิปเปอร์ กรุ๊ป พัทยา เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วกฎหมายที่ คสช.ประกาศออกมาน่าจะเป็นเรื่องดีมากกว่าผลเสีย โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าโรงแรมกว่า 2,000 แห่งนั้น จะมีโรงแรมที่ผิดกฎหมายยังไม่ได้จดทะเบียนกิจการโรงแรมกว่า 70 % และเป็นปัญหาเรื้อรังมานานแล้ว ดังนั้นการเปิดช่องให้ผู้ประกอบการโรงแรมซึ่งมี 4 ประเภท คือ 1.มีห้องพักไม่เกิน 40 ห้อง 2.มีห้องพักและห้องอาหาร 3.มีห้องพัก ห้องอาหาร และห้องประชุม และ 4.มีครบตามที่กฎหมายกำหนด ที่ส่วนมากจะอยู่นอกกรอบการอนุญาตให้กลับเข้ามาสู่กรอบของกฎหมาย โดยให้ระยะเวลาการปรับปรุงและยื่นเอกสารแสดงต่อภาครัฐภายใน 90 วัน จึงถือเป็นเรื่องดี ด้วยจะทำให้มาตรฐานด้านความปลอดภัย และการให้บริการดียิ่งขึ้น อีกทั้งหากมีการยื่นเอกสารต่อรัฐก็จะได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยด้านต่างๆ เป็นประจำซึ่งจะทำให้ลดปัญหาด้านความปลอดภัยลดลง
                 สำหรับผู้ประกอบกิจการโรงแรมที่มีใบอนุญาตถูกกฎหมายของเมืองพัทยานั้น ส่วนตัวแล้วมองว่าคงไม่ส่งผลกระทบ เพราะเป็นปัญหาลักษณะนี้มานาน และหากภาครัฐจริงจังในการจับกุม น่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวมากกว่า เนื่องจากปริมาณห้องพักอาจไม่สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนในแต่ละปีซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ขณะที่เรื่องของมาตรฐานห้องพัก การให้บริการ ความปลอดภัย และเพดานของราคาห้องพักนั้น ก็เป็นเรื่องของผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเองว่าจะใช้บริการที่พักในรูปแบบไหน อย่างไรจึงมองว่าการออกประกาศเพื่อให้มีการแก้ไขอาคารให้ถูกกฎหมายจึงน่าจะเป็นเรื่องดี และนอกจากจะเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นแล้ว ยังสร้างความเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยมากขึ้นด้วย

Advertisement