เทศบาลตำบลนาจอมเทียนเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเสียที่ทำให้ทะเลสีดำ สั่งปิดระบบซ่อมแซม พร้อมเร่งประสานเมืองพัทยาต่อเชื่อมระบบบำบัดใน 3 เดือน ด้านเมืองพัทยายันพร้อมให้ต่อเชื่อมระบบบำบัดแต่รอการทำสัญญา MOU อัตราค่าธรรมเนียมการบำบัดเท่านั้น (มีคลิป)

             จากกรณีในสังคมออนไลน์โซเชียลเน็ตเวิร์คเฟซบุค ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอปล่อยน้ำเสียลงทะเล ทำให้น้ำทะเลบริเวณดังกล่าวกลายเป็นสีดำทั้งหมด ซึ่งระบุจุดที่ปล่อยคือท่อระบายน้ำเสียภายในซอยนาจอมเทียน 8 ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

                 ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าจุดเกิดเหตุเป็นโครงการก่อสร้างของเทศบาลตำบลนาจอมเทียน ชื่อโครงการระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย (ส่วนขยาย) ในวงเงินค่าก่อสร้าง 124,860,000 บาท ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก ไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งที่อยู่ในระยะการรับประกันแต่กลับถูกปล่อยให้วัชพืชขึ้นรกร้าง ฝาปิดชำรุดพังเสียหาย บริเวณปากท่อระบายน้ำพบว่ามีคราบน้ำเน่าเสียหลง เหลืออยู่ ส่วนบริเวณชายหาดยังพบว่าขยะมูลฝอยลอยเข้ามาติดอยู่บนพื้นชายหาดเป็นจำนวนมาก และยังส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

            กรณีดังกล่าว ล่าสุด นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ได้เรียกประชุมด่วนผู้เกี่ยวข้องเพื่อร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำเสียไหลลงสู่ทะเลอย่างเร่งด่วน หลังเกิดภาพที่สร้างความเสียหายจากการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลบริเวณชายหาดนาจอมเทียนเป็นจำนวนมาก โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อหาข้อสรุปในการแก้ไข ก่อนจะนำคณะลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเก็บตัวอย่างน้ำทะเลบริเวณโดยรอบไปส่งตรวจยังกรมควบคุมมลพิษ

              โดยนายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ กล่าวว่า ผลการประชุมสรุปคือในระยะเร่งด่วนจะดำเนินการทำความสะอาดบริเวณชายหาดที่ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานเมืองพัทยาโดยการสูบน้ำเสียค้างท่อออกแล้วขนส่งไปบำบัดตามระบบ รวมทั้งการเร่งรัดการเชื่อมต่อระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยาให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ขณะที่โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดเสีย(ส่วนขยาย) ของเทศบาลตำบลนาจอมเทียน ที่ปัจจุบนชำรุดอยู่นั้น ก็จะมอบหมายให้กองช่างประสานไปยังบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการเข้ามาซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุดทั้งหมดอย่างเร่งด่วน เนื่องจากยังอยู่ในระยะรับประกัน เป็นเวลา 2 ปี ที่จะหมดลงในวันที่ 16 มิ.ย.62

               มีรายงานว่าจากสอบถามแหล่งข่าวระดับสูงของเมืองพัทยา ระบุว่าปัญหาน้ำเสียของเทศบาลตำบลนาจอมเทียนเคยเกิดขึ้นแล้วหลายครั้งจนเป็นข่าวดัง เนื่องจากยังไม่มีระบบบำบัดและมีการต่อท่อระบายลงสู่ทะเลโดยตรง โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหาร ทางเทศบาลจึงเร่งเข้าไปแก้ไข และเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาทางเทศบาลตำบลนาจอมเทียนได้มีการประสานมายังเมืองพัทยา เพื่อขอเชื่อมต่อท่อระบายน้ำเสียมาเข้ากับระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณซอยวัดบุณย์กัญจนาราม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งสามารถรองรับได้อย่างเพียงพอเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และได้มีการอนุญาตให้ต่อเชื่อระบบท่อไปแล้ว เพียงแต่รอให้มีการจัดทำ MOU หรือข้อตกลงระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 2 แห่ง ในเรื่องของการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งยังไม่มีข้อสรุป โดยพื้นที่ของเทศบาลตำบลนาจอมเทียนจะมีปริมาณน้ำเสียประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่ศักยภาพของระบบบำบัดของเมืองพัทยา ที่ซอยวัดบุณย์กัญจนารามนั้นสามารถรองรับน้ำเสียได้ถึง 43,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการขยายระบบบำบัด จากเดิมที่สามารถรองรับได้เพียง 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันให้เพิ่มขึ้น จึงมีความสามารถรองรับน้ำเสียจากเทศบาลตำบลนาจอมเทียนได้อย่างเพียงพอ และก็คาดว่าจะเริ่มลงนามได้ในเร็ววันนี้ แต่มาเกิดปัญาขึ้นเสียก่อน ส่วนปัญหาน้ำเสียลงทะเลนั้นน่าจะเป็นเพราะระบบปั๊มน้ำของเทศบาลตำบลนาจอมเทียนเกิดการชำรุด จึงทำให้ปริมาณน้ำเสียเอ่อล้นและไหลลงสู่ทะเล ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางเทศบาลตำบลนาจอมเทียนต้องเร่งแก้ไขเร่งด่วนให้เรียบร้อยเสียก่อน เนื่องจากยังไม่หมดสัญญารับประกันกับผู้รับเหมา

                 ด้านนายสมพงษ์ สายนภา นายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียน กล่าวว่า หลังจากที่เกิดปัญหาน้ำเสียไหลลงทะเลทางเทศบาลก็ไม่นิ่งนอนใจได้ลงมาแก้ไขปัญหาน้ำเสียโดยจัดระเบียบตรงเครื่องสูบน้ำพร้อมประสานไปยังเมืองพัทยาเพื่อขอรถดูดน้ำเสียไปโรงบำบัดน้ำเสียที่เมืองพัทยา พร้อมเก็บจัดทำความสะอาดบริเวณเครื่องสูบน้ำ และประสานงานไปยังผู้รับเหมาให้ลงมาแก้ไขระบบ เบื้องต้นจะให้มาตรวจสอบระบบจ่ายไฟรวมถึงมอเตอร์ปั๊มน้ำที่จะดูดส่งน้ำเสียไปบำบัดเมืองพัทยา อย่างไรก็ตามที่ผ่านมานั้นทางเทศบาลตำบลนาจอมเทียนกับบริษัทรับเหมาได้มีการเทสระบบเรียบร้อยแล้วและใช้ได้ตามปกติ แต่มีปัญหาในเรื่องที่มีการจัดระเบียบสายไฟของเมืองพัทยา ทำให้ระบบส่งน้ำเสียไม่สามารถส่งได้ แต่ก็มีการแก้ไขเพื่อให้ระบบใช้ได้ปกติ ทั้งนี้จะเร่งแก้ไขระบบและให้สามารถใช้ได้ตามปกติให้อย่างรวดเร็วที่สุด โดยจะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

Advertisement