ชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมสัตหีบ ขอให้งดสร้างสะพานลอยต่างระดับ สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ (มีคลิป)

               นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานเปิดการประชุมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เกี่ยวกับการก่อสร้างและปรับปรุงแก้ไขปัญหาการจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3 สุขุมวิท สายอำเภอสัตหีบ-บ้านฉาง ณ ห้องประชุมศาลาประชาคม ที่ว่าการอำเภอสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีนายศุภโชค มีอำพล รองผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 14 – ชลบุรี นายจักรภพ วัชรมณเฑียร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชลบุรี ที่ 2 นาวาเอก นพพล นากสวาท ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่ 1 ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรี เขต 8 นายอัครพล แสงศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.สัตหีบ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนที่ได้รับปัญหาความเดือดร้อน และไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างถนนบางตอนบนถนนสุขุมวิทดังกล่าว

              นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ กล่าวว่า ด้วยศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสัตหีบ ได้รับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์จากประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณริมถนนสุขุมวิท กม.ที่ 177+300 หมู่ที่ 6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ ว่าได้รับผลกระทบกรณีแขวงทางหลวงชลบุรี ที่ 2 กรมทางหลวงได้มีโครงการก่อสร้างและปรับปรุงการแก้ไขปัญหาการจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3 สุขุมวิท สายอำเภอสัตหีบ- บ้านฉาง ระหว่างกิโลเมตรที่ 175 – 185 ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร และได้มีโครงการก่อสร้างสะพานลอยต่างระดับข้ามจุดกลับรถ บริเวณ กม.177 หรือยูเทิร์น ปากทางเข้าซอยวัดเขาน้อย ซึ่งประชาชนที่เข้าร่วมประชุมในโครงการฯ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.62 ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการแจ้งในที่ประชุมประชาคมให้รับทราบมาก่อน โดยประชาชนมีความประสงค์ร้องเรียน/ร้องทุกข์ กับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสัตหีบ ว่าให้ยกเลิกการดำเนินการก่อสร้างสะพานลอยต่างระดับและจุดกลับรถบริเวณ กม.177 + 300 หรือยูเทิร์นปากทางเข้าวัดเขาน้อยดังกล่าว เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน เพราะมีที่กลับรถอยู่แล้ว และประชาชนที่ใช้ประโยชน์จากถนนดังกล่าวมีน้อยมาก และที่สำคัญไม่ได้แจ้งให้ประชาชนในการประชุมประชาคมทราบมาก่อน จึงพร้อมใจกันขอเสนอให้ปิดจุดกลับรถบริเวณ กม.177 + 300 หรือยูเทิร์นปากทางเข้าวัดเขาน้อยแทนการสร้างสะพานลอยต่างระดับดังกล่าว

              หลังจากการประชุมโดยใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ได้ผลสรุปว่า ทางสำนักงานทางหลวงที่ 14 – ชลบุรี และแขวงทางหลวงชลบุรีที่ 2 ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนจะนำปัญหาดังกล่าวไปประชุมในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางการแก้ไข และจะแจ้งผลให้ทราบภายใน 45 วัน หรือประมาณกลางเดือนมิถุนายน 2562 ในที่ประชุมเห็นชอบ จึงได้ยุติการประชุมดังกล่าว

Advertisement