นายกเมืองพัทยาออกคำสั่งเด็ดขาด สอบกรณีฉาว! เทศกิจเรียกเงินกลุ่มหมอนวดชายหาดจัดงานปีใหม่ สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่รอผลสอบหากพบผิดฟันทั้งวินัย-อาญาไม่เลี้ยง

                จากกรณีที่มีผู้ประกอบการหมอนวดแผนไทยชายหาดจอมเทียนร้องเรียนว่ามีกลุ่มคนอ้างมาเรียกเก็บเงินจากกลุ่มผู้ประกอบทั้ง 3 โซน ได้แก่โซนพัทยา เขตปลอดดงตาล และจอมเทียน โซนละ 20,000 บาท เพื่อนำไปจัดกิจกรรมและจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ให้กับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่เทศกิจชายหาดจอมเทียน แต่ทางกลุ่มหมอนวดบางส่วนมองว่าเงินดังกล่าวสูงเกินไปเพราะเคยจ่ายเพียง 5,000 บาทเท่านั้น เลยยังไม่ยอมจ่ายต่อมาผู้ที่ดื้อดึงกลับถูกเจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยาจับกุมโดยบอกว่า “นายสั่งลงมาให้จับ” นั้น ด้านเมืองพัทยาเมื่อทราบเรื่องดังกล่าวจึงได้ให้ตัวแทนที่ปรึกษานายกเมืองพัทยาลงพื้นที่เรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยรับทราบปัญหา และในเบื้องต้นได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทางนายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยารับทราบเรื่องทั้งหมดเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนนัดทั้งหมดเข้าประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหมอนวดแผนไทยทั้งหมดมาประชุมพร้อมหน้าเพื่อหาข้อสรุปเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
              ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ก.พ.62 นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่าจากกรณีดังกล่าว ขณะนี้ได้รายงานให้นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยาได้รับทราบ และได้มีคำสั่งด่วนเข้ามาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างเร่งด่วนแล้ว ซึ่งหากพบว่ามีมูลและพบว่ามีการกระทำผิดจริงก็จะมีการดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก ขณะที่กรณีที่ว่ามีเทศกิจบางนายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการเข้าจับกุมเพื่อเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการนั้น ปัจจุบันได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้และส่วนที่เกี่ยวข้องออกจากการปฏิบัติหน้าที่ในจุดที่รับผิดชอบและย้ายเข้ามาปฏิบัติงานที่เมืองพัทยาเป็นการชั่วคราวเพื่อรอผลการสอบสวนว่ามีความผิดจริงหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อไม่เป็นเยี่ยงอย่างและมีการกระทำในลักษณะเกิดขึ้นได้อีก
              นายรณกิจ กล่าวต่อไปว่าส่วนเงินที่เรียกเก็บจากผู้ประกอบการนั้นจะมีการนำไปทำอะไร หรือใครเป็นผู้เรียกเก็บ และการกระทำนี้เข้าข่ายลักษณะการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หรือเข้าข่ายการบังคับขู่เข็ญหรือไม่นั้น ก็จะมีการเรียกสอบพยานและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ยืนยันว่ากรณีนี้เมืองพัทยาไม่ได้นิ่งนอนใจและจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นกรณีที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองพัทยามัวหมอง แต่ก็จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

Advertisement