ตำรวจจับหนุ่มจีน กุเรื่องถูกเพื่อนตัวเองขโมยเงิน

           เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ (4 ม.ค. 62 ) พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา และกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา Mr.Jihong Mao อายุ 26 ปี สัญชาติจีน ในความผิดข้อหา “แจ้งความเท็จ” โดย พ.ต.อ.อภิชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้ต้องหาได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาว่า ถูกลักกระเป๋าสะพาย ภายในมีทรัพย์สินเงินสดจำนวนมาก โดยจากการสอบปากคำทราบว่า วันที่ 31 ธ.ค.61 ผู้ต้องหาได้พบกับสองหนุ่มสาวชาวจีน ซึ่งเป็นแฟนกัน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและชักชวนกันมาเที่ยวและพักอาศัยกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนพัทยาสายสอง ต่อมาวันที่ 2 ม.ค.62 ผู้ต้องหาและเพื่อนได้ออกมาเที่ยวที่ชายหาดพัทยา โดยผู้ต้องหาได้นำกระเป๋าสะพาย ยี่ห้อ Gucci สีม่วง ภายในมีทรัพย์สินคือเงินสด 20,000 ดอลล่าร์ เงินสด 10,000 หยวน และเงินสด 70,000 บาท ขณะผู้ต้องหาได้ลงไปเล่นน้ำทะเล ได้ฝากกระเป๋าใบดังกล่าวไว้กับเพื่อนสองหนุ่มสาวชาวจีน แล้วลืมขอกระเป๋าคืน จนกระทั่งผ่านไปวันที่ 3 ม.ค.62 ผู้ต้องหานึกขึ้นได้ จึงไปหาชายหญิงชาวจีนที่ห้องพักแต่ปรากฎว่าทั้งสองคนได้หนีออกจากโรงแรมไปแล้ว และไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ อีกทั้งยังพบว่าหนังสือเดินทางของตนได้หายไปจากห้องพักด้วยเช่นกัน จึงรีบมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือดังกล่าว
         จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่สอบถามพนักงานโรงแรมที่กลุ่มผู้ต้องหาและเพื่อนเข้าพัก ทราบว่าชายหญิงชาวจีนคู่ดังกล่าวนั้นชื่อว่า Mr.Liang Yaxi อายุ 27 ปี และ Ms.Li Yiying อายุ 25 ปี และสืบทราบว่าบุคคลทั้งสองได้ย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมแอดมาย พรีเมียร์สวีท ซอยพัทยากลาง 12 จึงเดินทางไปเชิญบุคคลทั้งสองพร้อมทำการสอบปากคำ ซึ่งจากการสอบปากคำโดยละเอียดคู่รักชายหญิงและผู้แจ้ง ได้ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พวกตนนั้นรู้จักกันมาก่อนโดยเป็นเพื่อนกัน แต่วันเกิดเหตุพวกตนมีปัญหาทะเลาะกัน จึงแยกย้ายกันอยู่คนละโรงแรม โดยคู่ชายหญิงได้เก็บหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาไว้ เนื่องจากตนเองนั้นถูกหลอกพาไปเที่ยวและถูกชาร์จเงินเป็น 10 เท่า จึงเก็บหนังสือเดินทางผู้ต้องหาไว้เพื่อไปแจ้งความ แต่กลับถูกผู้ต้องหาสร้างเรื่องขึ้นมาแล้วไปแจ้งร้องทุกข์กับตำรวจดังกล่าว
             เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ต้องแจ้งความเท็จเนื่องจากต้องการให้ดูเป็นเรื่องใหญ่เพื่อตำรวจจะได้สนใจในคดีและเร่งรีบติดตามคดีให้กับตนเอง อย่างไรก็ตามการแจ้งความเท็จเป็นการกระทำความผิดกฏหมาย และสร้างความเสื่อมเสียให้แก่เมืองพัทยาและประเทศไทย จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป…